| หัวข้อ : พลิกคดี "สาวไซโค" บุก "รร.เซนต์โยเซฟ" ไล่แทงนักเรียน! |
|

"จิตรลดา ตันติวาณิชยสุข" หรือที่รู้จักในชื่อ "สาวไซโค" ที่เคยสร้างคดีสะเทือนขวัญนักเรียนและผู้ปกครองทั่วประเทศ ด้วยการบุกเข้าไปในโรงเรียนชื่อดัง "เซนต์โยเซฟ คอนแวนต์" ใช้มีดไล่แทงเด็กนักเรียนหญิงได้รับบาดเจ็บถึง 4 คน เมื่อปี 2548 แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานกว่า 3 ปี แต่เหตุการณ์นั้นยังเป็นที่จดจำ และหลายคนคงยังไม่ลืมหน้าตาที่แสดงถึงคนมีปัญหาทางสภาพจิต รวมทั้งคำให้การที่สุดสยองขวัญว่า ที่ลงมือเพราะไม่ชอบคนรวย!?? มาวันนี้ชื่อของ "จิตรลดา" กลับมาปรากฏบนสื่อต่างๆ อีกครั้ง เมื่อศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 8 ปี แต่จำเลยสารภาพ จึงลดโทษเหลือ 4 ปี แม้คดีนี้จำเลยจะดูเหมือนมีอาการทางจิตจนตอนแรกมีการตั้งข้อสงสัยว่าจะได้รับการยกเว้นโทษหรือไม่ เพราะหลังถูกจับกุมได้ก็ถูกส่งตัวเข้าสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แพทย์ระบุว่าน.ส.จิตรลดา มีอาการจิตเภท ซึ่งเป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง และเคยเข้ารักษาตั้งแต่อายุ 20 ปี เข้า-ออกร.พ.หลายครั้ง แต่ตำรวจและพนักงานอัยการก็ตัดสินใจพิจารณาส่งฟ้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ศาลพิจารณาคดีมานานเกือบ 2 ปี ก็ได้คำพิพากษาออกมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ รับผิดชอบคดีนี้ซึ่งมีพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 และนายชุมเจตน์ อารีฟ บิดาด.ญ.ชมณรรฐ นักเรียนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ผู้เสียหาย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องน.ส.จิตรลดา ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ คำบรรยายฟ้องระบุพฤติกรรมของจำเลยว่า พกพาอาวุธมีดบุกเข้าไปภายในโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ถ.คอนแวนต์ เขตสาทร ใช้มีดแทงนักเรียนหญิงผู้เสียหายรวม 4 ราย คือ ด.ญ.ชมณรรฐ อารีฟ อายุ 12 ปี ชั้นป.6/5 ถูกที่ไตด้านขวา, ด.ญ.ชญมน ไตรเลิศสุนทร อายุ 14 ปี ชั้นม.2/5 ที่บริเวณรักแร้ทะลุปอด, ด.ญ.อภิญญา บุญนำ อายุ 14 ปี ชั้นม.2/1 ทะลุปอด และด.ญ.จัณจุฑา ฤกษ์วิสิษฐกุล อายุ 13 ปี ชั้นม.2/7 บริเวณหน้าท้องได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548 โดยหลังถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ส่งตัวไปรับการตรวจรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จนแพทย์ระบุว่ามีอาการดีขึ้นพร้อมให้สอบปากคำ เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนเพิ่มเติม และพิจารณาส่งสำนวนให้อัยการส่งฟ้องเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2549 ผู้พิพากษาพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้ว เห็นว่าวันเกิดเหตุจำเลยมีพฤติกรรมใช้มีดไล่แทงผู้เสียหายที่ 1-4 ก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 4 คนสามารถชี้ตัวจำเลยตามรูปถ่ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำ "ช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน ซึ่งมีประจักษ์พยานหลายคนทั้งนักเรียนและครู วินรถจักรยานยนต์ ผู้ปกครอง ตลอดจนพยานแวดล้อมใกล้ชิด ทั้งคนขายอาวุธมีด เบิกความสนับสนุน มีน้ำหนักน่าเชื่อว่า จำเลยเตรียมมีดหลายเล่มมาก่อเหตุแทงนักเรียนอย่างรุนแรงหลายครั้งต่อเนื่องกัน ซึ่งผู้เสียหายมีลักษณะเป็นลูกครึ่งไทย-อินเดีย และลูกครึ่งไทย-จีน ที่จำเลยมีความฝังใจโกรธและเกลียดอยากจะทำร้ายบุคคลลักษณะดังกล่าว ประกอบกับคำรับสารภาพของจำเลยทำให้พยานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือปราศจากข้อสงสัย"!!! ส่วนจำเลยจะมีจิตบกพร่องฟั่นเฟือนหรือไม่ สามารถมีความรับผิดชอบตัวเองและบังคับตัวเองได้บ้างหรือไม่นั้น เห็นว่าแพทย์ให้ความเห็นว่า จำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภท ประเภทหวาดระแวง หูแว่ว ประสาทหลอน ต้องฉีดยาและกินยารักษาตัวไปตลอดชีวิต โดยจำเลยจะใช้ชีวิตได้ตามปกติได้ รู้รับผิดชอบการกระทำของตัวเองได้บ้าง แต่พฤติกรรมของจำเลยที่แทงนักเรียนลูกครึ่งไทย-อินเดีย และลูกครึ่งไทย-จีน มีการเฝ้าดูนักเรียนผู้เสียหายที่ 1 มาก่อน มีการดักรอ ซื้อมีดหลายเล่มไว้ก่อเหตุแทง ทั้งยังมีการเปลี่ยนเสื้อผ้า ทรงผมหลังก่อเหตุ ตลอดจนให้การกับพนักงานสอบสวนถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงขั้นตอนที่แพทย์รักษา เป็นการลำดับเหตุการณ์อย่างปกติ ที่จำเลยอ้างว่าขณะเกิดเหตุมีปัญหาการป่วยทางจิต ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ จึงเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างลอยๆ ซึ่งไม่มีหลักฐานอื่นมาสนับสนุน "พิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 289(4), 80 และ 65 วรรค 2 ให้จำคุก 4 กระทง กระทงละ 2 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลย 4 ปี" ศาลระบุในตอนท้ายอีกว่า เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวจำเลยไปคุมตัวรักษาที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ จนกว่าจำเลยจะอยู่ร่วมในสังคมได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสังคม!?? คดีสาวไซโค ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2548 เป็นคดีสะเทือนขวัญทั้งเด็กนักเรียนและผู้ปกครองทั่วประเทศ เมื่อจู่ๆ เกิดเหตุคนร้ายเป็นหญิงบุกเดี่ยวเข้าไปภายในโรงเรียนเซนต์โยเซฟ คอนแวนต์ ในช่วงเช้า วันที่ 9 กันยายน 2548 ใช้อาวุธมีดไล่แทงนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัสรวม 4 ราย ก่อนที่จะหลบหนีไป!!! ตำรวจรีบรุดมาตรวจสอบพบเพียงกองเลือดและอาวุธมีดเท่านั้น โดยครูระบุว่าคนร้ายน่าจะแฝงตัวปะปนมากับผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลาน และขึ้นไปบนอาคารเรียนก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่นานก็ตามรอยคนร้ายได้จากคำให้การของคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ระบุว่าไปส่งคนร้ายที่ย่านสะพานเหลือง หัวลำโพง ตำรวจจึงออกควานหาตัวไปตามหอพักและโรงแรมย่านนั้น กระทั่งพบว่าคนร้ายไปเปิดห้องที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อได้ภาพถ่ายและประวัติจึงออกตามล่าตัวพร้อมลงรูปตามสื่อต่างๆ เพียงวันเดียวเจ้าหน้าที่ก็ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านอาหารครัวตาอยู่ปลาเผา ในสนามกอล์ฟรถไฟ ย่านบางซื่อ ว่าคนร้ายมาสมัครทำงานเป็นสาวเสิร์ฟในร้าน!?? เจ้าหน้าที่รีบรุดไปทันทีและล็อกตัวน.ส.จิตรลดา เอาไว้ได้ เจ้าของร้านให้การว่า น.ส.จิตรลดา มาสมัครงานในช่วงเย็นวันที่ 8 กันยายน 2548 หรือก่อนลงมือเพียงวันเดียว และขอพักอาศัยในร้านด้วย โดยคนร้ายบอกว่าจะไปเก็บข้าวของและมาในอีกวันหนึ่ง ช่วงสายๆ น.ส.จิตรลดา ก็มาตามที่นัดเอาไว้และเข้าพักในห้องเดียวกับเพื่อนพนักงานเสิร์ฟ รุ่งเช้าเจ้าของร้านเจอข่าวและภาพจากหนังสือพิมพ์ก็แทบช็อก รีบติดต่อตำรวจมาจับกุมไว้ได้ การสอบสวนไม่ได้ยากเย็นเพราะน.ส.จิตรลดา สารภาพว่าเป็นคนใช้มีดแทง 4 นักเรียน แต่ที่ทำให้ตำรวจต้องอึ้งก็คือ เธออ้างว่า "ได้ยินเสียงสั่งจากสวรรค์"!?? นอกจากนี้ ยังบอกด้วยว่าไม่ชอบเด็กลูกครึ่งแขก และลูกครึ่งจีน ที่มีฐานะร่ำรวย น.ส.จิตรลดา รับว่ามาซุ่มดูเป้าหมายอยู่หลายวัน ก่อนไปหาซื้อมีดและมาลงมือ เพราะคำให้การและท่าทางที่ออกเพี้ยนๆ นี่เอง ประกอบกับพบประวัติว่าเธอเคยเข้ารักษาอาการทางจิตกับร.พ.สมเด็จเจ้าพระยา มานานนับสิบปี ทำให้ตำรวจต้องส่งน.ส.จิตรลดาไปตรวจอย่างละเอียดว่าเป็นโรคจิตหรือไม่!?? เนื่องจากเป็นคดีสำคัญได้รับความสนใจทั่วประเทศ ทำให้น.พ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต น.พ.ศิริศักดิ์ นิติดิลกรัตน์ ผอ.สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ น.พ.กัมปนาท ตันสิถบุตร หัวหน้าส่วนจิตเวช ร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ด้วยคำวินิจฉัยของแพทย์จะส่งผลต่อคดีอย่างมาก เพราะหากผู้ต้องหามีอาการทางจิต จะได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมาย คณะแพทย์ใช้เวลาพักใหญ่ ก็ออกแถลงว่าเธอมีอาการ "จิตเภท" หนึ่งในอาการทางจิต และไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกว่าจะรักษาให้ดีขึ้นเสียก่อน หลังคณะแพทย์แถลงผลออกมา ตำรวจก็ไม่ได้ยุติการทำงาน เพราะเชื่อว่าขณะทำความผิดผู้ต้องหามีสติสมบูรณ์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดนั้นตามกฎหมาย ป.วิอาญามาตรา 65 วรรค 2 "หากผู้ต้องหารู้ผิดชอบชั่วดีขณะทำความผิดก็สามารถดำเนินคดีได้"!?? ตำรวจให้เหตุผลว่าแม้จะเป็นโรคจิตหากแต่ขณะก่อเหตุยังมีสติอยู่บ้างก็ต้องได้รับโทษเช่นกัน และจากรูปการณ์ชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุมีสติ เพราะพฤติกรรมมาดูลาดเลาก่อนลงมือ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่การเลือกเป้าหมาย การไปหาซื้ออาวุธมีด รวมไปถึงการไปสมัครงานเพื่อใช้เป็นที่หลบกบดาน และยังมีการอำพรางเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างหลบหนีอีกด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าขณะลงมือเธอมีสติพอสมควรระหว่างลงมือ แต่ถึงกระนั้นตำรวจต้องรออีกหลายเดือนกระทั่งคณะแพทย์ระบุว่าเธอมีอาการดีขึ้น และสามารถดำเนินคดีได้แล้ว วันที่ 25 ธันวาคม 2549 หรือเกือบ 1 ปีที่เธอเข้ารักษาตัว ตำรวจก็รับตัวมาส่งอัยการสั่งฟ้อง กระทั่งมีคำพิพากษาออกมาให้จำคุก ในท้ายที่สุด!!! ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 
โดย : lllJaOYinGlll
วันที่ : 23 November 2008, 09:58
|